Apz-Kung!! *'s profileAPZ-KUNG !! *PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
December 18 FEELs~ เพราะอะไร ?
ทำไมตอนนี้ระหว่างเรามันเป็นแบบนี้
ทำไมมันเปลี่ยนไปจากเดิมมาก จนบางทีก็สงสัยว่า ที่ผ่านมามันคืออะไร?
ทุกเรื่องราวมันอยู่ในหัวเต็มไปหมด
ลืมไม่ได้..ซักที
.. เราจะเป็นเหมือนเดิมได้มั๊ย เหมือนเมื่อก่อนได้รึป่าว ..
เหมือนตอนที่ เราคุยกันทุกวัน
เหมือนตอนที่ นั่งเล่นด้วยกัน
เหมือนตอนที่ ไปเที่ยวด้วยกัน
เหมือนตอนที่ เทอยิ้ม ร่าเริง สดใส
คิดถึงมาก คิดถึงเวลาที่ผ่านมา อยากจะเข้าไปอยู่ในเวลานั้น
ให้มันวนเวียนซ้ำไป ซ้ำมา ไม่จบสิ้น เพราะ ทุกวินาทีที่เรามีเทอ เรามีความสุข
หรือแค่เพียงแค่การกระทำมันคงยังไม่พอ
และ มันคงเป็นความผิดของเรา
ที่ไม่เคยพูด ไม่เคยบอก ให้เทอรู้ ว่า เรา
.. รักเทอมากแค่ไหน ..
อาจเพราะ ที่ผ่านมาเราคงไม่รู้ ว่าหัวใจมันไปอยู่ที่เทอแล้ว
ไม่รู้ว่าเทอจะเป็นคนเดียวที่ทำให้เราเสียน้ำตาได้
ไม่รู้ว่า ถ้าพูดคำว่ารักไปแล้วเทอจะเหมือนเดิมหรือป่าว
เรากลัว กลัวว่าจะกลายเป็น คนที่เทอเรียกว่า คนแปลกหน้า คนที่เคยอยุร.ร.เดียวกัน หรือ คนรู้จัก
ไม่ได้หวังจะให้เรากลับมาเหมือนเดิมทุกอย่าง
เพราะ เรา คงไม่อาจไปแทนใครบางคนที่เคยหรือยังอยุในใจเทอ
แต่ว่าเจ็บที่เห็นเทอร้องไห้ เสียใจ เข้าใจมั๊ย ?
แค่เพียงอยากให้เทอยิ้ม ให้เทอร่าเริง ให้เทอมีความสุข มากกว่ามีความทุกข์ และน้ำตา
และถึงแม้ว่าจะต้องเจ็บอีกแค่ไหน ทรมานอีกเท่าไหร่
ก็คงต้องก้าวออกมาจากอดีต ออกมาจากความทรงจำดีๆ ที่เก็บไว้ในส่วนลึกของหัวใจ
ที่ยังคงมีเสียงดังก้องอยู่ทุกนาทีว่า ยังรัก และ รอเทออยู่ ..
November 14 Little happiness~ วันนี้เป็นวันที่ดีจังเลยล่ะงับ
งานถือว่าประสบความสำเร็จมั๊ย ?
แค่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเพื่อนๆ มันก็คือ feedback ที่ดีสำหรับเรา
ตอนนั้นตกใจมั๊ย ? ที่จิงไม่หรอก แต่มันพุดไรไม่ออก
ก็ใกล้กัน..ขนาดนั้น ><
ที่เรียนที่ใหม่วันนี้
คนสอนถุกใจจิงๆ ต้องแบบนี้ดิ ได้ทุกทักษะ เจ๋งไปเลย
TODAY I'M HAPPY..^^ September 25 ในเวลาที่หัวใจอ่อนแอท่ามกลางท้องฟ้าอันมืดมิด ประดับประดาไปด้วยดวงดาวที่แข่งกันส่องแสงระยิบระยับนับร้อยดวง ในยามราตรีอันมืดมิดเช่นนี้ี่ ไร้ซึ่งเสียงใดๆ ทุกสรรพสิ่งจมสู่ห้วงนิทราตามนาฬิกาของชีวิต
มีเพียงเสียงสายลมเบาๆ ที่พัดปะทะกับใบหน้าของใครคนหนึ่งที่ชั้นบนสุดของอาคารพาณิชย์
สายตาของเขามองทอดไปไกลสุดสายตา ที่มือถือแก้วที่บรรจุของเหลวสีองุ่นเข้ม
ปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามสายลม แล้วอะไรบางอย่างก็เข้ามาในห้วงความคิด เมื่อไหร่กัน ที่ชีวิตของเราเริ่มมีคืนที่ทรมานแบบนี้ เมื่อเธอเข้ามาในชีวิตอย่างนั้นหรอ .. คำตอบตืออะไรกัน??
ไม่รู้ทำไมว่าดึกป่านนี้แล้ว เขายังไม่สามารถหลับตาลงแล้วจมสู่ห้วงนิทราได้สักที ทั้งๆที่การเข้าไปอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน เป็นสิ่งที่อยากจะทำมากที่สุดในเวลานี้
คนอย่างเรา... อาจจะไม่มีใครเคยเห็นน้ำตา
แต่เวลานี้ .....
หลายสิ่งหลายอย่าง ที่พยายามจะทิ้งไปจากชีวิต และก็ทิ้งไปได้แล้ว กลับเข้ามาในอยู่ในหัวอย่างเดิม
หลายสิ่งหลายอย่าง ที่เข้ามาทำลายกำแพงของความเข้มแข็งในเวลานี้้พังลงอย่างไม่เป็นท่า
แล้วน้ำใสๆอุ่นๆที่ห่างหายไปนานแล้วก็กลับไหลลงมาจากดวงตา
ดวงตาที่เต็มไปด้วยแววตาที่สับสน ทรมาน และไม่เข้าใจ
ไม่เข้าใจว่าสิ่งนั้นที่ใครหลายคนบนโลกโหยหาและต้องการ เพื่ออะไรกัน
ไม่เข้าใจว่าสิ่งนั้นที่ใครหลายคนบนโลกโหยหาและต้องการ ดีจริงหรือ
เพราะสิ่งนั้นที่เรียกกันว่า "ความรัก" กำลังรุมทำร้ายเขา..ทำร้ายที่หัวใจ
บางที คำตอบ สำหรับคำถาม มันคือคำว่า "ดี" ก็ได้
ถ้าตอนนี้เราเจ็บ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาความผิดไปวางไว้ที่ใคร
"ความรัก" ก็ไม่ได้ผิด เพราะ เป็นแค่เครื่องมือที่ใครบางคนใช้ทำร้ายหัวใจคนอื่น
และ "เธอ" ก็ไม่ได้ผิด เพราะ ไม่ใช่เธอไม่ได้รักเรา เพียงแต่ว่ามันคนละแบบกันเท่านั้นเอง
แล้วสิ่งที่เข้ามาในเวลาอันเงียบเหงานั้น ก็แค่มาเอาน้ำตาของเขาออกไปเท่านั้นเอง
แต่เขารู้สึกว่า อะไรหลายอย่างที่มันรุสึกหนักๆ ก็ออกไปกับน้ำตาด้วย
เขาปาดน้ำตาทิ้ง แล้วสูดเอาสายลมเย็นเข้าไป ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปสู่ดินแดนแห่งความฝัน
คนเราไม่จำเป็นที่จะต้องเข้มแข็งตลอดเวลา บางทีก็ปล่อยให้ความทุกข์ออกมาทางน้ำตาบ้างก็ได้
และความจริงแล้ว คนนั้นๆไม่ใช่ไม่รู้สึกดี หรือ ไม่ใช่ไม่รักเรา
เพียงแต่ความรักที่คนๆนั้นให้มา มันคนละแบบกับที่เราต้องการ ก็แค่นั้นเอง ~
August 19 Sunday ~ Family's Day และแล้วก็พึ่งจะได้ฤกษ์อัพสเปซหลังจากปล่อยเน่าไว้ตั้งครึ่งเดือน
ในที่สุดวันสอบกะไม่ได้ไปดูหนังกะเพื่อน ..
เนื่องจากไม่สบายจนอยากจะกลับไปนอนซัก 3 วัน
แต่กะดีประหยัดงบไว้ไปเที่ยวเทศกาลอื่นๆได้
Today...
วันนี้เปนวันอาทิตย์งับ วันครอบครัว กะต้องอยุกะครอบครัว
หลังจากเลิกเรียนพิเศษในเวลา 12.00 น.
กะไปรับประทานอาหารกะป๊า ม๊า แล้วกะตรงไปบ้านอาม่า
หลังจากที่ทักทายญาติผู้ใหญ่แล้ว กะเรียกประชุมน้องๆทั้ง 5 คน
เราวางแผนจะไปล้างท่อกันที่ Siracha bsc bowling
แล้วเรากะออกเดินทางไป ล้างท่อ กันจิงๆฮับ คะแนนยังทุเรศได้อีก - -*
แต่ถึงจะทุเรศกะ strike ไป 4-5 ทีนะ งุงิ
แล้วกะไป Robinsin กันต่อ
ผลัดโชว์พลังเสียงในตู้กันไปคนละ 4 เพลง
มีอยุตู้นึง อยากจะให้มันวิเคราะห์เสียงมันเอง แบบว่า เสียงไม่เพราะแล้วยังจะว้าก - -
ร้องเพลงเสร็จแล้วกะไปรับประทานอาหารเย็นแล้วตบท้ายด้วย Swensen's
ฟรีสไตล์มาทั้งวัน ก็ได้เวลากลับบ้านซักที
วันนี้กะหมดไปไม่เท่าไหร่ ประมาณ 3 พัน - - กินแกลบต่อไป
จะเที่ยงคืนและ ไปดีก่า
แล้วตกลงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเนี่ย - -??
ปล. คิดถึงเทอจัง อั้ยคุณน่ารัก August 01 MidTerm Test ~ 1st Day วันนี้สอบมิดเทอมวันแรกล่ะนะ
แค่ 3 วิชา เอง .. คณิตศาสตร์พื้นฐาน สังคม แล้วก็ ชีววิทยา
หลังจากการเตรียมตัวมาอย่างดี กะเลยทำได้เยอะ
เพื่อเป็นการประหยัดงบ เราจึงไปรับประทานอาหารในโรงอาหารกันก่อน
ระหว่างนั้น อั้ยคุณเจมันเดินมาใช้ผมไปส่งมันหน้า ม.
กะเลยบอกว่า ขอกุรับประทานหั้ยเส็ดก่อนได้มั๊ย
มันบอกไม่ได้ - -* อั้ยปอบ จะชั้ยกุแล้วมันยังบังคับกุอิก
หลังจากที่รีบยัด บิดรถป๊อปไปส่งมันด้วยความเร็ว 45 km/hr [รุสึกรถลอยๆ]
แล้วมันกะตะโกนใส่หูว่า มรึงจะพากุไปตายนะอั้ยเปิ้ล เบาๆหน่อย (จะเอาไง ตอนแรกกะเร่งกุ -*-)
ตอน 12.25 น. กะไปจองตั๋วดูหนังอย่างสบายใจ
มีเพื่อนๆ ห้อง 5 (12คน)+ ห้อง 6 (1คน) รวมๆ แล้วก้อ... 13 คนล่ะนะ
ไปดูเรื่อง ตั๊ด สู้ ฟุ๊ต มาล่ะงับ
ไปยืนเถียงกันเรื่องที่นั่งตรงหน้าเคาน์เตอร์ เกือบจะโดนพี่คนสวยที่ขายตั๋วว๊ากกเอา - -
แล้วเรากะเข้าไปแล้วกะเจอกะเพื่อนห้อง 6 อิก 2 คน รวมทั้งหมดก้อ 13+2 = 15 คน
แต่อันที่จริงเด็กสาธิตฯ ม.บูรพา ที่ดำรงชีวิตอยุ ณ แหลมทอง บางแสนตอนบ่ายวันนี้ก้อหลายชีวิตอยุอ่ะ
เนื่องจากไม่มีที่จะไปในยามบ่ายของวันว่างๆ แบบนี้
ดูหนังเสร็จกะออกมารับประทาน เกี๊ยวซ่า กะ ทาโกะ และ ราเมน ที่ ฮะจิบังต่อ
แต่ละตัว แ_กกันมโหฬาร ถ้าเป็นบุฟเฟ่ต์ ร้านเจ๊งไปแล้วละนะ
อิ่มแทบเดินไม่ไหว พอกินเสร็จกะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ซึ่งก่อนจะแยกกันก็ได้แพลนกำหนดการวันศุกร์ไว้ว่า จะไปดู Rat-a-too-ee. กัน
หลังจากสอบเสร็จ จะเหลือทรัพย์สินในกระเป๋าเท่าไหร่เนี่ย T T
ปล I. วันนี้สนุกมากเลยละงับ อั้ยคุณน่ารัก
ปล II. ผมทราบนะว่าคุณทำอะไรผมในโรงหนัง //
ปล III. วันนี้คุณควงผมด้วย >< June 23 [Diariizz Entry] HappiiDayวลีที่ว่า"ฟ้าหลังฝน" ดูเหมือนจะเป็นความจริง
โดยที่ไม่ต้องรอให้ถึงวันจันทร์หน้า..วันนี้ก็ได้มีเรื่องดีๆ(รึป่าว)เกิดขึ้นในชีวิตบ้าง
วันนี้เป็นวันเสาร์ ที่จริงแอ๊ปคุงต้องไปเรียนเคมีตั้งแต่ 7 นาฬิกา 30 นาทีแล้ว
แต่ ณ บัดนี้ เป็นเวลา .. 11 นาฬิกา 27 นาที !!!
o.O แว้กกก ตื่นมั่ยทันขอรับ ด้วยฤทธิ์ของยาแก้ปวด1000 มิลลิกรัม เมื่อคืนนี้
แล้วชั้นจะทำไงล่ะเนี่ย ขาดเรียนครั้งนึงจารุเรื่องมั๊ยฟะ แล้วกะนึกขึ้นได้ว่า
รอบวันอาทิตย์กะมีนี่หว่า ไปเรียนพุ่งนี้กะได้งิ
ส่วนวันนี้กะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการ"ไปเที่ยว"ซะเลย
เมื่อวานดูข่าวที่วังสวนกุหลาบมีงาน"เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก"นี่นา ไปเข้าวังกะเค้ามั่งดีก่า
พอไปถึงปุ๊บฝนตกปั๊บเลยขอรับ (อย่างนี้เป็นวันฟ้าหลังฝนมั๊ยเนี่ย - -")
แต่ไหนๆกะมาแล้ว ลุยฝนเที่ยวโลด
ขึ้้นชื่อว่าวัง กะต้องมีอาณาเขตกว้างขวางเป็นธรรมดา เดินไปเปียกไป
ซักพักกะคิดว่าไม่ไหวๆ เข้าร่มก่อนดีกว่า
ไปเข้าตำหนักหลังนึง ข้างในเป็นร้านค้าส่วนพระองค์
ขายเสื้อ หมวก ที่มีสัญลักษณ์ขององค์ภาฯ หนังสือตำหรับอาหาร ยาดมของพระองค์เจ้าโสมฯ
เหลือบไปเห็นเสื้อสีส้ม แล้วกะคิดว่า ในตู้ไม่มีเสื้อสีส้มเลยนี่หว่า
ซักตัวละกัน ทำบุญเข้ามูลนิธิดั้ว
ระหว่างที่เลือกไซต์เสื้ออยุนั้น กะไม่ได้สังเกตเลยว่าผู้คนรอบข้างเริ่มนั่งทีละคนสองคน
จนเมื่ออั้ยแอ๊ปคุงเลือกเสื้อได้แล้ว กะจะหันกลับไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ด้านนอก
แต่ทันทีที่หันกลับไปก็ต้องพบกับ....
ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ผมยาวสวยถูกปล่อยลงมาเกือบถึงกลางหลัง
ที่เล็บมือเพ้นท์ลายดอกไม้ พื้นหลังสีฟ้า เข้ากับเสื้อยืดสีฟ้า เข้าคู่กับกางเกงยีนส์
ดวงตาคู่สวยจ้องกลับมาที่ตาโตๆ ของอั้ยแอ๊ปคุงที่กำลังยืนตะลึง
พร้อมตะโกนในใจ แต่กลับมีเพียงเสียงกระซิบออกมาจากปากว่า "องค์ภาฯ"
กลัว...เป็นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นทันทีที่ได้สติกลับคืนมา
กลัวเพราะทำอะไรไม่ถูก เราจะต้องทำยังไง จะต้องพูดอะไร
ความกลัวมันเอาทุกอย่างไปจากสมองจนหมด ทั้งราชาศัพท์ ทั้งความจริงที่เราควรจะนั่งลงไปเหมือนคนอื่นๆ
และความกลัวมันก็ยังสั่งให้เท้าก้าวไปข้างหลังโดยอัตโนมัติด้วย
องค์ภาฯก้าวเข้ามา แล้วก็ทรงตรัสว่า "ขอบคุณค่ะ"
อั้ยแอ๊ปคุงยืนงงขอรับ ขอบคุณ อย่างนั้นหรอ
แล้วก็นึกขึ้นว่าตัวเองกำลังยืนถือเสื้ออยุ 2 ตัว หนังสือตำหรับอาหาร 1 เล่มพร้อมแบงค์พันที่พึ่งหยิบออกมาจากกระเป๋าตังค์
เมื่อได้สติแล้วซักพัก ทุกอย่างเริ่มกลับสู่สภาวะเดิม
อั้ยแอ๊ปคุงพูดออกไปว่า "ไม่เป็นไร เอ่อ เพคะ"
องค์ภาฯยิ้ม แล้วก็เดินจากไป
เฮ้อ ตอนนี้ความกลัวหายไปแล้ว กลายเป็นความตื่นเต้นเข้ามาแทนที่
ไม่นึกไม่ฝันว่ามาเที่ยวแล้วจะได้สนทนากับพระเจ้าหลานเธอฯ
ครั้งนี้ครั้งที่สองแล้วล่ะ ที่ได้พบกับองค์ภาฯ ระยะใกล้เช่นนี้
ถ้าจำไม่่ผิดสองปีที่แล้ว ก็พบที่ JJ ล่ะนะ ไปช้อปปิ้งกะพระสหาย
ห้าทุ่มแล้วงิ พุ่งนี้เรียนนี่หว่า ไปนอนก่อนดีกว่า เด๋วตื่นไม่ทันเรียนอิก ><
June 22 [Diariizz Entry] SadDay* ที่ผ่านมานั้นได้แต่รักใคร..แต่ไม่เคยถูกใครรักเลย ~**
มันเป็นท่อนที่โดนมากๆเลยฮับ
ช่วงนี้แย่จางเลยงิ เป็นสัปดาห์ที่อยากให้ผ่านไปเร็วๆ
อยากลืมตาตื่นแล้วพบว่าตัวเองดำรงชีวิตอยู่ซักประมาณวันจันทร์หน้า
เกิดอะไรขึ้น??
เช้าวันนี้สิ่งมีชีวิตที่กองอยู่บนเตียงกำลังนอนฟังเพลงจากโทรศัพท์ที่อุตส่าห์ปลุกไว้ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง
วันนี้ไหว้ครู อั้ยตัวที่นอนอยุจะต้องไปรายงานตัวรับเกียรติบัตรเรียนดี(ไม่น่าภูมิใจเท่าไหร่ ให้ทำไม)แต่เช้า
หลังจากเพลงโดนๆจบไปแล้ว กะพาบอดี้ไปจัดการให้อยุในสภาพที่ดูเหมือนมนุษย์มากขึ้น
แล้วกะไปโรงเรียน พอพิธีจบสอบทันที วิชา HTML <ง่ายมั่ก>
พอตอนเย็นกะกลับไปแสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ที่ร.ร.เก่า
แต่ แอบเห็นคนร้องไห้ด้วยล่ะ แล้วก็มีคำถามนึงวิ่งเข้ามาในสมองทันทีว่า
"เราทำอะไรได้บ้างเนี่ย นอกจากยืนมองคนที่ตัวเองรักร้องไห้?"
มันอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเลยละนะ ตอนนั้นแบบ fake สุดๆ แล้วอ่ะ พยายามยิ้ม
แต่่fakeได้ไม่นานกะไม่ไหว หนีกลับบ้านดีกว่า
จะเข้าไปปลอบกะไม่ได้ เพราะต่อหน้าเค้า เราต้องแกล้งโง่ ไม่รุเรื่องอะไรเลย
แต่ถ้าเราไม่ปลอบเค้า เค้าคงจะรุสึกดีกว่าก็ได้มั้ง
เพราะงั้น ก็ต้องใส่หน้ากากทุกครั้งที่เจอกัน โว้ว อึดอัดมากมายงับ
เมื่อไหร่จะได้ถอดหน้ากากอันนี้ซักทีนะ??
คิดมาถึงตงนี้กะต้องบอกตัวเองว่า พอ เพราะพุ่งนี้ต้องส่งงาน
ซึ่งงานนั้นยังไม่ได้แตะ ตั้งแต่กลับมากะนอนผึ่งแดดผึ่งลมชมท้องฟ้าอยุชั้นดาดฟ้าของบ้าน
สรุปแล้วก็เกือบทำ Lab โต้รุ่ง
ณ วันนี้ 22/6/50 รุ่งขึ้นเรากะถูกปลุกด้วยเพลงเดิม
วันนี้จะต้องส่ง Lab 2 ชิ้น , บฝ.ภาษาอังกฤษ 119 ข้อ
ด้วยความสามารถกะจัดการทุกอย่างส่งไปได้อย่างสบายใจในหนึ่งคืน
วันนี้อากาศร้อนมากถึงมากที่สุด เย็นนี้มีนัดกับหมอฟันด้วย
เวลาเปลี่ยนเหล็กทีนี่ ทรมาน โคดๆ ถ้าไม่ได้รับประทานยาอาการจะทรุดหนักมาก
ดัดฟันที หมอถอนไป 4 ซี่ T T เกลียดการถอนฟันที่สุดในโลกเลย ><
เพราะมันจะรุสึกริมฝีปากหนาเตอะ เอานิ้วไปจิ้มกะรุสึกเด้งดึ๋งดั๋ง
รวมทั้งเลือดด้วย ถ้าใส่แก้วไว้คงได้ซัก 1 แก้วครึ่ง (เว่อร์ไปรึป่าว??)
เฮ้อ เหนื่อยๆๆ ทั้งกายทั้งใจ มาคิดๆดูแล้ว
ทำไมไม่เอาทุนมาสอบวะ จะได้ไปเรียนฟรีๆ
ไปสงบจิต สงบใจ เผื่อจะลืมไรไปบ้าง
บางครั้งกะคิดได้ว่าเรากะบ้าเนอะ รอมาได้เป็นปีๆ ฮ่ะๆ ทั้งๆที่ไม่มีวี่แววอะไรเลย
แต่ก็ช่างเถอะ เพราะถ้าคนที่เรารักมีความสุขมีรอยยิ้ม มันก็ยังดีกว่าเค้าเศร้าและร้องไห้ไม่่ใช่หรอ
June 12 [FW] อาคารขายเวลา หวัดดีทุกคน กว่าจะได้อัพ บล็อคเน่าไปเลย
วันนี้กะเป็น FW Mail อีกฉบับที่น่าสนใจ
โดยเฉพาะกับเด็กม.ปลายอย่างเราๆ
ไปอ่านเลยละกัน ขิเกียจอารัมภบทมาก..
ในตอนค่ำ..ฉันโยนหนังสือสองสามเล่มลงบนโต๊ะอย่างเบื่อหน่าย
เวลาอีกไม่กี่เดือนก็ถึงฤดูสอบที่เขาจะคัดเลือกพวกเรา หนึ่งในจำนวนผู้สมัครเป็นแสนๆคน ให้เข้าไปเรียนในที่โก้ๆที่ชื่อว่ามหาวิทยาลัย ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องราวอย่างนี้มันเรื่อมต้นขึ้นที่ไหน ฉันเพียงแต่รู้สึกเหมือนว่ามีคนเอารั้วยาวๆสองแถว มากั้นในทุ่งกว้างให้เป็นทางเดินแคบๆ แล้วก็ต้อนพวกเราให้เข้าไปเบียดเสียดกันเดินตามทางเดินแคบๆนั้น และเมื่อถึงปลายทาง เขาก็เปิดประตูรับเราไม่หมดทุกคน คนที่ได้มีโอกาสเข้าไปก็เป็นเรื่องที่ดี ส่วนคนที่ไม่ได้ผ่านเข้าไป แน่ล่ะ...มันก็คงแย่มากทีเดียว จริงอยู่ แม้จะมีทางเลือกอื่นสำหรับบางคน ที่จะตัดสินใจมุดหรือปีนรั้วออกไปข้างนอกเพื่อหาทางเดินที่ดีกว่า ฉันเองก็อยากเป็นอย่างนั้นบ้าง แต่ฉันยังไม่เก่งและกล้าพอ ฉันเอาคางเกยขอบโต๊ะ อากาศกำลังดี ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็น สถานที่นั้นดูโอ่โถงและสวยงามดูราวกับห้องรับรองชั้นดี "สวัสดีครับ" "ค่ะ" ฉันตอบรับคำเขาเบาๆ "ผมคิดว่า คุณคงจะไม่ได้มาซื้อเวลา ท่าทางคุณยังเป็นเด็กอยู่เลย..อายุคงยังไม่เกิน 20" "ฉันไม่ได้มาซื้อเวลาหรอกค่ะ" "ตามสบายเลยครับ" เขายิ้มอย่างมีไมตรี "เชิญนั่ง" ลูกค้าคนแรกที่ฉันพบในอาคารขายเวลาคือชายร่างเล็กผอม เกร็ง ผมขาวโพลน "ผมมาขอซื้อเวลาที่ผ่านไป...ห้าปี" คนต่อมาเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี แต่งตัวสะอาดสะอ้าน "ขอซื้อเวลา สามเดือน" เขาพูดกับชายขายเวลา ชายที่ขายเวลามีทีท่าว่าเห็นใจ ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มคนนั้นจะก้าวพ้นประตูออกไป หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินสวนเข้ามา "อยากได้เวลาค่ะ สักสองปี ปีเดียวหรือเพียงครึ่งปีก็ได้" "ผมคิดว่า คุณคงมีปัญหาเกี่ยวกับเวลาในอดีตเหมือนคนอื่นๆ" ชายขายเวลากล่าวขึ้น "ค่ะ" หล่อนรับคำเสียงแผ่ว "คุณแม่ของดิฉันเพิ่งเสียเมื่อสองวันก่อน "คุณเลยอยากซื้อเวลาที่ผ่านไปเพื่อทำดีกับคุณแม่ของคุณ" ฉันนึกเวทนาหล่อน เวทนาที่หล่อนมาคิดอะไรอะไรได้ก็เมื่อสายไป คนต่อมาเป็นเด็กหนุ่ม ใบหน้าของเขายังอ่อนเยาว์ "ต้องการเวลาเท่าไหร่ดีครับ" ชายขายเวลาถามขึ้นก่อน "สองปี" เขายิ้มอย่างอ่อนเพลีย "ผมอยากกลับไปเลือกแผนการเรียนใหม่ แล้วเขาก็จากไป เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เป็นเวลานานเท่าไรก็ไม่ทราบที่ฉันนั่งมองผู้คนเดินผ่านไปมา แล้วชายขายเวลาก็ปิดแฟ้มพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาทางฉัน "จะปิดร้านแล้วหรือคะ" ฉันถาม "ครับ...ได้เวลาแล้ว" "ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้ ฉันเห็นจะกลับเสียที" ฉันว่า
"ขอบคุณมากค่ะ ฉันจะไม่ลืมคุณ...และที่นี่" ฉันลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นไฟก็ดับวูบ ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่ เอื้อมมือไปรูดผ้าม่านหน้าต่างสีครีม แล้วถึงกลับเข้านั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือตัวเดิมซึ่งฉันไม่เคยจริงจังด้วยมานานแล้ว วูบหนึ่ง...ฉันรู้สึกดีใจที่ฉันยังมีเวลาเหลืออยู่
ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มลงมือทำอะไรๆอย่างมีความหวัง ไม่เหมือนกับผู้คนเหล่านั้น...ที่ฉันพบที่...อาคารขายเวลา... ^^ June 02 Happii Birthday~ วันนี้ประสบการณ์ชีวิตของเราเพิ่มมาอิก 1 ปี รวมๆแล้วก็ 16 ปีแล้วล่ะ ^^
แต่ยังไงเราก็อายุน้อยกว่าเพื่อนๆอยุดี ฮ่าๆๆ
เมื่อคืนเวลาประมาณเที่ยงคืน ซาลาเปาจัง HBD เราคนแรก
ฝีมือซาลาเปาจัง คนทำบอกว่าไม่สวย ต่อจากนั้น ประมาณตี1 น้ำคุง(my best friend) sms มาหั้ย
แล้วพอ 6 โมง ม่าม๊าก็มาปลุกไปใส่บาตร
กลับบ้านมา 6 โมงกว่าๆ ฟางคุง ก็ sms มา HBD เหมือนกัน
ได้ของขวัญมาเหมือนกัน เอารุปมาหั้ยดู .. (ไม่ค่อยชัด ขออภัยมา ณ ที่นี้)
อันนี้ของเฟรนด์คุง เพื่อนตัวสูง [ Mini กระเช้าผลไม้อวยพร ]
เป็น Apple หลากหลายสายพันธุ์
APPLE TO APPLE
ฮ่าๆ ตรงประเด็นดีมาก
อันนี้ของซาลาเปาคุง น้องสุดที่รัก(รึป่าว) [ ที่คล้องโทรศัพท์มือถือ ]
มันเป็นตัวอะไรซักอย่างที่เจ้าของวันเกิดก็ไม่ทราบเช่นกัน
แต่ก็แปลกดี เนื่องจากปกติเจ้าของวันเกิดจะไม่ใช้ของแนวนี้
ชอบๆ ขอบคุงงับ
อันนี้ของเมย์คุง เพื่อนบ้าไมค์ [ อัลบั้มพร้อมรูปภาพ ]
มันเป็นกล่องของขวัญที่พยายามห่อมาให้ พร้อมกับริบบิ้นที่พยายามทำขึ้นมาด้วยตัวเอง
ภายในมีรูปเพื่อนๆ ในห้อง ซึ่งถูกตกแต่งโดยโปรแกรม Photoshop
ถือเป็นภาพที่สวยไม่ใช่น้อย
อันนี้ของรี่คุง น้องสาวร่วมบิดามารดา [ notebook ]
ไปแอบซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
แต่ชิ้นนี้ก็ตรงประเด็นอีกเช่นกัน กำลังหาที่จดเนื้อหาวิชาเคมี ฟิสิกส์พอดี
ตอนนี้กะแค่นี้อ่านะ ไว้ได้เพิ่มแล้วจะมา Edit*~ หั้ยทราบ
ไปเที่ยวละ ^^
Edit*
พอไปเรียนเส็ดแล้วกะกลับมานอนต่อที่บ้าน กินข้าว แล้วกะไปบ้านย่า
ระหว่างทางน้ำคุงโทรฯมา..เพื่อจะบอกว่ารัก เอ่อ ไม่ใช่ๆ โทรมาแล้วกะบอกให้ฟัง
เพื่อนๆที่โรงเรียนเมรี่ฯ ร้องเพลง HappyBirthday ให้ดั้วล่ะฮับ
ขอบคุณทุกคนที่ประสานเสียงให้นะ
ตอนเกือบจะดึก...
On'm เจอ เถียนคุง กะอวยพรให้เรา
จากนั้นกะไปขอแกมบังคับอ.เจ๊ดาว ให้ศีลให้พร เพื่อเป็นศิริมงคล
จบ....นั่งคุยกะเปาจังต่อ
EdiT*2
ควันหลงจากวันที่สอง หมวยคุงทำมาหั้ย ขอบคุงงับ May 19 [FW] "นี่แหละความเสียใจ"นี่เป็น Forward ฉบับหนึ่ง ที่ถูกส่งมาจากเพื่อนคนหนึ่งของเราเอง
บางคนอาจจะได้อ่านกันไปแล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อ่าน
เราอยากให้ลองอ่านกันดู..
เพราะว่ามันไม่ใช่ความรักอย่างใน MVที่ทุกคนเข้าใจ
ผมเป็น PRODUCER ของ วง POTATO และเป็นคนเขียนเพลงให้ POTATO มาตลอด
แต่ผมไม่เคยมาเล่าที่มาของ เพลงแต่ละเพลงในเว็บไซด์เลย
แต่ผมอยากมาเล่าที่มาของเพลงๆนึงใน อัลบั้ม SENSE เพลงที่ชื่อว่า "นี่แหละ...ความเสียใจ" เรื่องก็มีอยู่ว่า... ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง เขาเพิ่งเลิกกับแฟนเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนผมทำใจไม่ได้กับการบอกเลิกของแฟนเขาซึ่งสัญญาว่า จะแต่งงานกับเขาในสิ้นปีนี้
เพื่อนผมเป็น คนต่างจังหวัดที่มาอยู่กทม. ครอบครัวของเขาทั้งหมดอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัด เพื่อนผมจะกลับไปเยี่ยมบ้าน 5-6เดือนต่อครั้ง
งานที่เพื่อนผมทำเป็นงานที่ ต้องใช้ความคิดอย่างมาก
เพราะฉะนั้นทุก ครั้งที่เขากลับไปเยี่ยมบ้านจึงไม่มีใครเคยบอกเลยว่าพ่อของเขากำลังเป็นมะเร็ง เพราะกลัวลูกสาวคนนี้ไม่เป็นอันทำงาน อนึ่งความประสงค์นี้มาจากตัวพ่อของเขา เป็นคนขอร้องคนอื่นๆในบ้านให้ช่วยปิดเพื่อนผมด้วย เพราะเพื่อนผมเป็นกำลังหลักของบ้านนี้ น้องเขายังเป็นนักเรียนอยู่ยังไม่มี รายได้ แต่พอเพื่อนผมเสียใจจากการที่ความฝัน..เรื่องแต่งงานพังลง
ก็เป็นธรรมดาของผู้หญิงที่ร้องไห้ฟูมฟาย
หาคนระบายความทุกข์ จนในที่สุดก็ถึงคิวของแม่เขา เพื่อนผมโทรไประบายกับแม่ว่าตอนนี้เสียใจมากไม่ค่อยมีไอเดียในการทำงาน แม่เขาจึงยอมบอกว่าถ้าตอนนี้ยังทำงานไม่ ได้กลับบ้านมาดูแลพ่อไหม... เพื่อนผม เลยถามว่าพ่อเป็นอะไร...แม่ก็ บอกว่าเป็นมะเร็งในสมอง เพื่อนผมรีบกลับต่าง จังหวัดแล้ววิ่งไปกอดพ่อเขาทันที เพื่อนผมบอกว่าคำแรกที่ได้ยินคือ...3 เดือนนะ ลูก หมอบอกว่าพ่ออยู่ได้อีก 3 เดือน...พ่อเขาถามซ้ำไปที่ใจเพื่อนผมว่า....ลูกตา บวมๆนะ ร้องไห้เรื่องอะไรมารึ เปล่า เพื่อนผมจึงบอกว่าเลิกกับแฟนแล้ว แฟนคนที่หนูบอกว่าจะพามาให้พ่อ-แม่ รู้จักไง... พูดจบพ่อก็สวนว่าแค่ทะเลาะกันรึเปล่า
พ่อ ยังอยู่อีกตั้ง 3 เดือนนะ ถ้าดีกันได้ก็ยังพามาทันนะลูก เพื่อนผมกอดพ่อเขาแน่น แล้วบอกว่าไม่ต้องพูดถึงคนแบบนั้นแล้วจ้ะพ่อ หนูจะอยู่กับพ่อตลอด 3 เดือน...พ่อ เขาบอกคำสุดท้ายว่า พ่อลา ลูกไว้ก่อนเลยแล้วกัน เผื่อวันไหนพ่อหลับแล้วไม่ตื่น ขึ้นมาลาลูกก่อนกำหนด3 เดือน... เพื่อนผมบอกว่าคำลาครั้งนี้มันกลบเสียงคำว่า "เลิกกัน" ในหัวของเขาที่ได้ยินจากแฟนคนนั้นสนิททันที...
และเพื่อนผมบอกผมว่าเพิ่ง รู้ว่าจริงๆแล้ว..
"ความเสียใจมันเป็นแบบนี้เอง"
เขาขอให้ช่วยเขียนจากเรื่องนี้ของเขา
ซึ่งผมเขียนเสร็จ หลังจากเขาเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง 2วัน... ผมอัดเพลงนี้ใส่ซาวด์เบ้าท์เป็นเทปไปให้เพื่อนฟังโดยที่ยังเป็นเสียงผมร้องกับกีต้าร์โปร่งตัวเดียว
หลังจากนั้นแม่เขาโทรมาบอกว่าเพื่อนผมนั่งฟังเพลงนี้กันกับพ่อของเขากันหลายรอบ
จนถึงเมื่อ 2 วันก่อนพ่อเขาได้เสียชีวิตลง...
เพื่อนผมก็อปปี้เทปม้วนนี้..แล้วใส่ไปในกระเป๋าเสื้อพ่อของเขา
หวังว่าพ่อเขาจะได้ฟังเพลงๆนี้บนสวรรค์ พร้อมๆกับที่เขายังจะฟัง อยู่ในโลกปัจจุบันที่พวกเราอยู่กัน
ขอบคุณแรงบันดาลใจจากเธอ มากๆ...ฟองเบียร์ Apz-Kung's Say :
เป็นยังไงบ้าง ซึ้งใจกันดีมั๊ย T T
ใครที่พึ่งจะอกหักมาก็มองเรื่องนี้เป็นตัวอย่างละกันนะ
เพราะไม่ว่าจะยังไง คนสองคนที่รักเราที่สุด
ก็คือคนที่เราเรียกว่า "พ่อ แม่" นี่แหละ March 31 Empty..space ของเราว่างมากๆ
แบบไม่ทำอะไรเลย
อยากจะบอกว่าทำ blog อยุก่อนมี space ซะอิกง่ะ
เข้าไปกะได้นะ ไม่ว่าๆ แต่ค่อนข้างจะจืดชืดและบ้าบอไปหน่อย
ขิเกียจย้ายมันมา ไว้ขยันๆ(หาคนทำให้ได้แล้ว)แล้วจะทำละกันนะ*~
EDiT !!
ใกล้จะดูดีแล้วล่ะ กะลังสรรหาเรื่องราวมาลงในบล็อคอยุ ^^
|
|
|